น้ำผึ้ง มหัศจรรย์จากธรรมชาติที่ดีต่อสุขภาพ

เมื่อนึกถึงความหอมหวานจากธรรมชาติแล้วล่ะก็ต้องมีน้ำผึ้งติดมาในอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน น้ำผึ้งนั้นเกิดจากน้ำหวานที่ผึ้งสะสมมาจากดอกไม้และพืชชนิดต่าง ๆ ประกอบด้วยน้ำตาลประมาณ 70-80% ส่วนที่เหลือจะเป็นน้ำ แร่ธาตุ กรด โปรตีนบางชนิด และสารชนิดอื่น ๆ ที่มีประโยชน์ และได้มีการใช้น้ำผึ้งมาช่วยในการรักษาโรคต่างๆ มาตั้งแต่สมัยโบราณกันแล้วล่ะค่ะ มาดูกันค่ะว่าน้ำผึ้งหวาน ๆ หอม ๆ ที่นอกจากจะอร่อยแล้วยังมีประโยชน์อะไรกันอีกบ้าง

1. น้ำผึ้งช่วยรักษาแผล

มีการศึกษาพบว่าการทาน้ำผึ้งลงบนผิวหนังที่เกิดแผลไหม้ อาจช่วยในการรักษาแผลให้ดีขึ้นได้ค่ะ โดยมีงานวิจัยหลายชิ้นที่สนับสนุนว่าน้ำผึ้งที่เก็บจากพื้นที่ต่าง ๆ นั้นมีประสิทธิภาพในการช่วยรักษาแผลได้ ทั้งแผลไหม้ แผลที่ผิวหนัง แผลกระเพาะอาหาร แผลเรื้อรัง และแผลทั่ว ๆ ไป ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่าน้ำผึ้งนั้นอาจเข้าไปช่วยลดระดับของสารโพรสตาแกลนดิน (Prostaglandin) และเพิ่มไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) ได้ ซึ่งสารทั้งสองชนิดนั้นเป็นสารที่มีบทบาทสำคัญในกระบวนสมานแผล ต้านการอักเสบ และฆ่าเชื้อแบคทีเรียนั่นเอง

2. น้ำผึ้งช่วยรักษาเบาหวาน

ฟังแล้วอาจจะรู้สึกขัดแย้งกันพอสมควรค่ะ แต่มีงานวิจัยบางชิ้นงานที่ชี้ว่าการรับประทานน้ำผึ้งทุกวันนั้นส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือด ระดับคอเลสเตอรอล และน้ำหนักตัวของผู้ป่วยเบาหวานลดลงได้ มีการศึกษาโดยให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 รับประทานน้ำผึ้งเป็นเวลา 8 สัปดาห์ เปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับประทานน้ำผึ้ง พบว่าการบริโภคน้ำผึ้งเป็นเวลา 8 สัปดาห์ นั้นช่วยให้น้ำหนักและระดับไขมันในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานลดลงได้ แต่ก็พบว่าทำให้ระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือดสูงขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นในการใช้น้ำผึ้งสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานจึงควรใช้ด้วยความระมัดระวังค่ะ

3. ช่วยลดอาการไอ

มีงานวิจัยในเด็กพบว่าน้ำผึ้งช่วยลดอาการไอได้ดี โดยมีการทดลองเปรียบเทียบการใช้น้ำผึ้งกับยาแก้ไอเดกซ์โทรเมทอร์แฟน (Dextromethorphan) ยาแก้ไอไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine) และรักษาตามอาการ ผลการทดลองพบว่าการรับประทานน้ำผึ้ง 2.5 มิลลิลิตรก่อนนอนจะช่วยบรรเทาอาการไอจากโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจได้ดีกว่าการใช้ยาแก้ไออีก 2 ชนิดเลยล่ะค่ะ นั่นอาจเป็นเพราะว่ารสหวานของน้ำผึ้งไปกระตุ้นให้เกิดการหลั่งน้ำลาย ทำให้มีการหลั่งของมูกในทางเดินหายใจ ส่งผลให้ทางเดินหายใจชุ่มชื้นจึงช่วยบรรเทาอาการไอได้นั่นเอง

ถึงแม้ว่าน้ำผึ้งจะมีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกาย แต่อย่าลืมว่าน้ำผึ้งนั้นประกอบด้วยน้ำตาลเป็นส่วนใหญ่ค่ะ จึงไม่ควรรับประทานมากจนเกินไป ผู้ที่แพ้เกสรดอกไม้ก็ไม่ควรใช้เพราะอาจทำให้เกิดการแพ้ได้ และไม่ควรใช้ในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 1 ปีเนื่องจากมีโอกาสเสี่ยงเกิดพิษจากสารโบทูลินั่มต่อร่างกายได้ ดังนั้นจึงควรระมัดระวังในการใช้น้ำผึ้งและควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมค่ะ